7 เรื่องควรรู้ก่อนซื้อบ้านและคอนโด จะได้ไม่เสียเงินจองฟรี ๆ
7 เรื่องควรรู้ก่อนซื้อบ้านและคอนโด จะได้ไม่เสียเงินจองฟรี ๆ

สำหรับใครที่สนใจหรือมีแผนที่จะซื้อบ้านหรือคอนโด แต่กำลังลังเลว่าควรจะซื้อโครงการไหนดี บทความนี้ได้รวบรวมวิธีซื้อบ้านมาฝาก แม้จะเจอโครงการที่ชอบ ก็ควรศึกษาข้อมูลให้ครบรอบด้าน จะได้บ้านหรือคอนโดที่คุ้มค่ากับราคา และเหมาะสมกับผู้อาศัยมากที่สุด

 

1. งบประมาณ

ปัจจัยแรกที่ต้องพิจารณาในการซื้อบ้าน โดยคำนวณจาก 3 ส่วนหลัก ๆ คือ รายได้ รายจ่าย และเงินเก็บ ก็จะสามารถประเมินได้เบื้องต้นว่าเราควรซื้อบ้านในระดับราคาเท่าไร และยื่นกู้กับธนาคารได้มากน้อยแค่ไหน แต่เนื่องจากการพิจารณาวงเงินสำหรับการยื่นกู้ของธนาคารแต่ละแห่งนั้นไม่ได้ดูจากรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังพิจารณาในส่วนของรายจ่ายของเราแต่ละเดือนด้วย ไม่ว่าจะเป็นค่าบัตรเครดิต ผ่อนชำระสินค้าต่าง ๆ หากจะให้ดีควรจะปิดยอดในส่วนนี้ให้เรียบร้อยก่อนจะยื่นกู้ ก็จะช่วยให้มีโอกาสยื่นกู้ซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น

แต่อย่างไรก็ดีอย่าลืมเตรียมเงินเก็บสำรองเอาไว้ด้วยอีกส่วนหนึ่ง เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน และเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการซื้อบ้าน เพราะการซื้อบ้านไม่ได้มีแค่ค่าผ่อนชำระแบบสินค้าทั่วไป แต่ยังมีทั้งเงินจอง ค่าประเมิน ค่าตกแต่ง รวมถึงรายจ่ายจิปาถะอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ฯลฯ

 

2. ทำเล

วิธีซื้อบ้าน

อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญ และมีส่งผลกับราคาของบ้าน หากเป็นย่านธุรกิจ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก หรือความสะดวกในการเดินทาง เช่น ติดแนวรถไฟฟ้า ก็จะมีราคาสูงกว่าทำเลอื่น ๆ เมื่อเทียบกับทำเลใกล้เคียงหรือชานเมือง ซึ่งต่างก็มีจุดเด่น-จุดด้อยแตกต่างกันไป แต่อย่างไรก็ตามหากจะให้ดีควรพิจารณาควบคู่ไปกับไลฟ์สไตล์ส่วนตัวด้วย หากเป็นทำเลในเมืองอาจจะมีราคาสูงก็จริง แต่ในขณะเดียวก็เดินทางง่ายและใกล้กับสถานที่สำคัญ เช่น ออฟฟิศ ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ทางด่วน หรือใกล้สถานีรถไฟฟ้า แต่หากขยับออกไปบริเวณชานเมือง การเดินทางอาจจะไม่สะดวกสบายมากนัก แต่ก็ได้บรรยากาศเงียบสงบ หรือได้ขนาดพื้นที่ใช้สอยของบ้านมากกว่าทำเลในเมืองในระดับราคาเดียวกัน เป็นต้น

 

3. จุดประสงค์ในการซื้อ

แต่ละคนก็มีวัตถุประสงค์ในการซื้อแตกต่างกัน หากซื้อไว้อยู่เองหรือซื้อให้ครอบครัวก็ให้พิจารณาจากการใช้ชีวิตเป็นหลัก เช่น ใกล้สถานที่ทำงานจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไป-กลับระหว่างบ้านกับที่ทำงานนาน ๆ หากซื้อให้ครอบครัวก็ควรให้ความสำคัญขนาดพื้นที่ใช้สอยเป็นหลัก เพื่อให้ทุกคนได้มีพื้นที่ส่วนกลางไว้ใช้เวลาร่วมกัน ในขณะเดียวกันก็มีพื้นที่ส่วนตัวสำหรับแต่ละคนด้วย แต่ถ้าจะซื้อไว้ลงทุนหรือปล่อยเช่าควรเลือกทำเลที่คนนิยม เช่น ใกล้บริเวณที่ตั้งออฟฟิศ หรือบริเวณที่เดินทางง่าย ทั้งนี้อาจจะเช็กแนวโน้มราคาปล่อยเช่าในแต่ละพื้นที่หรือโครงการที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อดูแนวโน้มก่อน

 

4. โครงการบ้านและคอนโด

เนื่องจากบ้านหรือคอนโดแต่ละโครงการก็มีจุดขายหรือฟังก์ชันที่แตกต่างกัน ดังนั้นหลังจากกำหนดงบประมาณหรือเลือกทำเลได้แล้ว ก็ลองเช็กข้อมูลของโครงการบ้านและคอนโดที่สนใจคร่าว ๆ จากเว็บไซต์ของบริษัทหรือรีวิวต่าง ๆ ดูก่อน ไม่ว่าจะเป็นขนาดพื้นที่ การจัดพื้นที่ใช้สอยหรือแปลนบ้าน พื้นที่ส่วนกลาง ระบบรักษาความปลอดภัย บริการหลังการขาย ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ที่เป็นผู้ดูแลโครงการ รวมไปถึงเส้นทางการเดินทางเข้า-ออกว่ามีความแออัดมากน้อยแค่ไหน ในช่วงเวลาเร่งด่วนมีทางเลี่ยงบ้างหรือไม่

 

5. ระยะเวลาในการตัดสินใจ

วิธีซื้อบ้าน

เพราะโครงการบ้านมีทั้งแบบ Pre-sale โดยเป็นช่วงเปิดจองล่วงหน้าหรืออยู่ในช่วงระหว่างก่อสร้าง หากอยู่ในช่วงกำลังศึกษาข้อมูลหรือยังไม่มีคเป็นที่ต้องรีบเปลี่ยนที่อยู่อาศัย ก็ถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งซึ่งมีข้อดีคือส่วนใหญ่จะมีโปรโมชั่นหรือราคาที่ถูกกว่าโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว ในขณะเดียวก็จะได้เห็นแค่บ้านหรือห้องตัวอย่างเท่านั้น และจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของเงินดาวน์ ถ้าต้องการบ้านหรือคอนโดที่สามารถเข้าอยู่ได้เลย ก็จะเหมาะกับโครงการพร้อมอยู่มากกว่า ข้อดีก็คือจะเห็นบ้านหรือห้องคอนโดจที่สร้างเสร็จแล้ว รวมถึงวิว สภาพแวดล้อม และบรรยากาศจริง ๆ แต่อาจจะมีราคาสูงกว่าโครงการ Pre-Sale

 

 

 

6. EIA

EIA (Environmental Impact Assessment) หรือการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นอีกหนึ่งส่วนที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ สำหรับโครงการบ้านที่มีเนื้อที่เกินกว่า 100 ไร่ หรือมีที่ดินแปลงย่อยตั้งแต่ 500 แปลงขึ้นไป และโครงการคอนโดที่มีพื้นที่ใช้สอย 4,000 ตารางเมตรขึ้นไป หรือมีห้องมากกว่า 80 ยูนิต หากผ่านการอนุมัติหรือมีการระบุว่า EIA Approved ก็ช่วยให้มั่นใจได้ว่าโครงการที่เราสนใจนั้นดำเนินการก่อสร้างได้จริง หรือเช็กสถานะเองได้จากเว็บไซต์ https://eia.onep.go.th/

 

7. สินเชื่อ

สำหรับคนที่ต้องการกู้สินเชื่อกับธนาคาร ก็อย่าลืมเช็กเงื่อนไขและเปรียบเทียบดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารด้วย รวมถึงพิจารณาด้วยว่าเป็นดอกเบี้ยประเภทใด เช่น ดอกเบี้ยคงที่หรือดอกเบี้ยลอยตัว สามารถรีไฟแนนซ์ได้เมื่อไร และหากต้องการปิดยอดก่อนกำหนดสามารถทำได้หรือไม่

 

หากยังลังเลไม่รู้ว่าเลือกบ้านหรือคอนโดที่ไหนดี ก็ลองนำข้อมูลเหล่านี้ไปลองประกอบการพิจารณาดูนะคะ เพื่อให้ได้บ้านที่ถูกใจ คุ้มค่า และเหมาะกับผู้อาศัย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก home.kapook.com, themortgagereports.com, reic.or.th และ onep.go.th

 

มุมมองคนไทยต่อการซื้อบ้านมือหนึ่งและบ้านมือสอง

อ่านเพิ่มเติม

10 ไอเดีย ตกแต่งบ้านสไตล์ Muji เรียบง่าย ดูอบอุ่น

อ่านเพิ่มเติม

คำนวณวงเงินกู้บ้าน เงินเดือนเท่านี้กู้ซื้อบ้านได้ราคาเท่าไร?

บทความนี้ จะตอบคำถามที่ว่า การขอสินเชื่อบ้านนั้น จะสามารถได้วงเงินกู้บ้านเท่าไร? และสามารถคำนวณได้อย่างไรบ้าง!

อ่านเพิ่มเติม

Copyright © 2024-2026 ddhappyrichhome.com all right are reserved.